หลายคนเลือกติดตั้งฉนวนกันความร้อนด้วยตัวเองเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและคิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก แต่หากไม่มีความรู้เฉพาะทางก็อาจทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานของฉนวนลดลงได้ บางกรณีถึงขั้นทำให้เกิดปัญหาความร้อนรั่วไหล หรือวัสดุเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานจริง
บทความนี้ได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเมื่อติดฉนวนด้วยตนเอง รวมถึงแนวทางป้องกันเพื่อให้ฉนวนกันความร้อนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น
1. วัดพื้นที่ไม่แม่นยำ ทำให้เกิดช่องโหว่และการรั่วไหลของความร้อน
การวัดพื้นที่คลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่เซนติเมตร อาจสร้างปัญหาใหญ่ตามมาเพราะเมื่อฉนวนถูกตัดผิดขนาดจะทำให้แนบไม่สนิทกับพื้นที่จริง เกิดรอยต่อและช่องว่างที่ทำให้ความร้อนทะลุเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายขึ้น
เคล็ดลับป้องกัน
ควรตรวจสอบพื้นที่หลาย ๆ ครั้งก่อนลงมือตัด โดยใช้อุปกรณ์วัดที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ฉนวนกันความร้อนแนบสนิทมากที่สุด
2. ใช้ฉนวนผิดลักษณะงาน ทำให้เสื่อมเร็วและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
เจ้าของบ้านอาจเข้าใจว่า “ใช้แบบไหนก็เหมือนกัน” แต่ฉนวนแต่ละชนิดนั้นถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน เช่น ฉนวนบางชนิดไม่สามารถทนแดด ทนฝนหรือทนรังสียูวีได้ หากนำไปติดตั้งภายนอกที่โดนความร้อนจัดโดยตรง อาจส่งผลให้ฉนวนเสื่อมสภาพเร็วหรือยุบตัวได้ง่าย ประสิทธิภาพการใช้งานก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
เคล็ดลับป้องกัน
เลือกฉนวนให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน หากเป็นรุ่นสำหรับงานภายนอก ควรเลือกที่ทนความร้อนสูงและไม่ดูดซึมน้ำ เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่ายิ่งขึ้น
3. ฉนวนชำรุดก่อนติดตั้ง ทำให้ประสิทธิภาพลดลงตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน
ฉนวนบางประเภทมีความไวต่อแดด ความชื้นหรือการกดทับ หากจัดเก็บไม่ถูกต้องหรือวางตากแดดเป็นเวลานาน อาจเกิดการฉีกขาด เสียรูปหรือเสื่อมคุณภาพก่อนนำไปใช้งานจริงซึ่งฉนวนที่เสียสภาพไปแล้วย่อมกันความร้อนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจเกิดจุดรั่วไหลได้ทันทีที่ติดตั้ง
เคล็ดลับป้องกัน
ควรเก็บฉนวนไว้ในพื้นที่ร่ม แห้ง ไม่ให้โดนน้ำและไม่มีสิ่งของหนักวางทับ จากนั้นให้ตรวจสอบสภาพฉนวนทุกครั้งก่อนติดตั้ง หากพบรอยขาดหรือบิดงอควรเปลี่ยนใหม่ทันที
4. ไม่ปิดรอยต่อให้สนิท ทำให้ความร้อนเข้าบ้านง่ายขึ้น
การไม่ปิดรอยต่อของฉนวนกันความร้อนให้สนิท อาจทำให้เกิดช่องโหว่ที่ความร้อนสามารถแทรกผ่านเข้ามาได้ง่าย ส่งผลให้บ้านร้อนขึ้นและประสิทธิภาพของฉนวนลดลงอย่างมาก
เคล็ดลับป้องกัน
ตรวจสอบรอยต่อทุกแผ่น และปิดทับด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมไปถึงการวัดขนาดที่พอเหมาะเพื่อลดการตัดต่อที่มากเกินไป ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดรอยต่อหลายจุด
5. เลือกฉนวนผิดประเภท ไม่เหมาะกับสภาพจริงของบ้าน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ หลายคนคิดว่าฉนวนทุกชนิดให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ทั้งที่แท้จริง สภาพแวดล้อมและโครงสร้างของบ้าน มีผลอย่างมากต่อการทำงานของฉนวน เช่น บ้านที่อยู่ในโซนร้อนจัดต้องการฉนวนที่ทนความร้อนสูง พื้นที่ชื้นต้องใช้ฉนวนที่ไม่ดูดซึมน้ำหรือบ้านโครงสร้างเบาอาจต้องเลือกฉนวนที่มีน้ำหนักไม่มาก ดังนั้นการเลือกฉนวนผิดประเภทจะนำมาซึ่งปัญหาอุณหภูมิไม่ลดลง วัสดุเสื่อมไวหรือเกิดความชื้นสะสมในระยะยาว
เคล็ดลับป้องกัน
ศึกษาคุณสมบัติของฉนวนตามประเภทงาน เช่น ฉนวนเซลปิด เซลเปิด ใยแก้ว ฉนวนโฟม รวมถึงค่าการกันความร้อนและการทนทานต่อสภาพอากาศ แล้วเลือกให้เหมาะกับสภาพหลังคาและโครงสร้างบ้านของตนเอง
เมื่อรู้ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นจากการติดตั้งฉนวนกันความร้อนด้วยตนเองแล้ว หากต้องการผลลัพธ์ในการลดปัญหาความร้อนสะสมและช่วยประหยัดพลังงานที่ยั่งยืน การเลือกใช้ฉนวนคุณภาพสูงอย่าง AERO-ROOF ที่มีโครงสร้างแบบเซลปิด ป้องกันความร้อนและความชื้นได้ดี จะช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้นอย่างเห็นผลยาวนานกว่า 10 ปี
หาซื้อฉนวนกันความร้อน AERO-ROOF ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน
– www.eastthailand.com
– www.microglassinsulation.com
– www.onestockhome.com
สอบถามเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook: Aero-roof Thailand







